สาระน่ารู้ หมอพลอยใส EP.1 ขมิ้นชัน

2707 Views  | 

สาระน่ารู้ หมอพลอยใส EP.1 ขมิ้นชัน

สวัสดีค่ะทุกคนยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่ช่วงสาระน่ารู้กับคุณหมอพลอยใสค่ะ วันนี้นะคะพลอยได้นำสาระน่ารู้เกี่ยวกับขมิ้นชันมาฝากทุกคนกันค่ะ

สมุนไพรขมิ้นชัน
และอย่างที่ทุกคนรู้กันค่ะสำหรับขมิ้น เป็นสมุนไพรที่ทุกคนนำมาใช้นะคะตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบันเลยนะคะ ซึ่งในปัจจุบัน ขมิ้นเองก็ถูกนำไปแปรรูปแล้วก็มีการพัฒนาเพื่อให้ง่ายต่อการรับประทานแล้วก้อเห็นผลเร็วที่สุด แต่ทำไมขมิ้นถึงสามารถรักษาโรคได้อย่างหลากหลายแล้วก็ได้รับการยอมรับอย่างมากนะคะ วันนี้พลอยเองก็ได้นำสาระน่ารู้เหล่านี้มาฝากทุกคนกันและขมิ้นสามารถช่วยรักษาในกลุ่มของอาการอะไรบ้างวันนี้ก็นำความรู้เหล่านี้มาฝากทุกคนกันด้วยค่ะ

เคอร์คูมินอยด์ในขมิ้นชัน
สาเหตุที่ขมิ้นนะคะสามารถรักษาโรคได้อย่างหลากหลายก็เป็นเพราะว่าสารสำคัญในขมิ้นเองเนี่ยสามารถช่วยป้องกันโรคตั้งแต่ต้นเหตุนะคะ แถมยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายเป็นอย่างมากที่สำคัญค่ะ ในขมิ้นเองนะคะยังมีสารสำคัญอย่างเคอร์คูมินอยด์ที่สามารถที่จะช่วยลดอาการอักเสบภายในร่างกายได้ เจ้าตัวภาวะการอักเสบภายในร่างกายนี่ล่ะค่ะเป็นตัวการหลักสำคัญเลยที่จะทำให้เราเกิดโรคต่างๆมากมาย เคอร์คูมินอยด์เองเนี่ยก็ยังช่วยต้านอนุมูลอิสระแล้วก้อช่วยดูแลฟื้นฟูภายในร่างกายของเราได้เป็นอย่างดี และสาเหตุที่ขมิ้นได้รับการยอมรับเป็นอย่างมากก็เป็นเพราะว่าเจ้าตัวขมิ้นเองเนี่ยมีการศึกษาและงานวิจัยนะคะเป็นหมื่นงานวิจัยเลยทั้งในประเทศไทยเองและต่างประเทศ และยังเป็นที่ยอมรับด้วยนะค่ะว่าเจ้าตัวขมิ้นเป็นพืชสมุนไพรที่มีความปลอดภัยสูงอย่างมากค่ะ

1.โรคกระเพาะอาหาร
สำหรับอาการแรกนะคะนั้นก็คืออาการของโรคกระเพาะอาหารค่ะ สาเหตุหนึ่งของการเกิดโรค กระเพาะอาหารเนี่ยมีสาเหตุมาจากการเกิดแผลในกระเพาะอาหารซึ่งเมื่อปี 2010 นะคะที่โรงเรียนแพทย์ที่ประเทศอินเดียได้ออกมาอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารนะ เขาบอกว่าโรคแผลในกระเพาะอาหารมากกว่า 50% นะคะเกิดจากเชื้อแบคทีเรียเทริโคแบคเตอร์ไพโรไลซึ่งเมื่อเราทานขมิ้นชันเข้าไปนะคะสารสำคัญอย่างเคอร์คูมินอยด์ในขมิ้นชันเนี่ยแหละก็จะเข้าไปช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียไพโลไรชนิดนี้ และก็เข้าไปช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหารมันก็เลยจะทำให้อาการของแผลในกระเพาะพร้อมกับอาการของโรคกระเพาะอาหารของเรานะคะบรรเทาอาการดีขึ้นตามลำดับค่ะ

2.โรคทางเดินอาหาร
อาการต่อมาก็คืออาการของโรคทางเดินอาหารซึ่งข้อมูลจากสำนักข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดลได้ทำการเขียนบทความวิจัยที่ทำการรวบรวมงานวิจัยเกี่ยวกับขมิ้นชันมาสรุปไว้นะคะ เขาบอกว่าขมิ้นชันเนี่ยสามารถที่จะขับลมบรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อในกลุ่มของผู้ป่วยที่มีอาการอาหารไม่ย่อยแถมยังสามารถช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำดีที่มีส่วนช่วยในเรื่องของการย่อยอาหาร นอกจากนี้เคอร์คูมินเนี่ยยังสามารถช่วยป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารด้วยกลไกที่จะเข้าไปกระตุ้นการหลั่งเมือกเรือมิวซินให้มาเคลือบกระเพาะอาหารและช่วยยับยั้งการหลั่งกรดและน้ำย่อยในกระเพาะอาหารได้อีกด้วยค่ะ

3.อาการข้อเข่าเสื่อม
สำหรับกลุ่มอาการต่อมาที่ขมิ้นชันสามารถที่จะช่วยบรรเทาอาการได้นั่นก็คือกลุ่มอาการของข้อเข่าเสื่อมค่ะในปี 2013 นะคะมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลที่ฝรั่งเศสเขาได้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับโรคข้อเข่าอักเสบว่า สาเหตุของการเกิดโรคไม่ได้เกิดจากการใช้งานหนักๆเพียงอย่างเดียวนะคะแต่เป็นโรคที่สามารถเกิดจากการอักเสบในระดับเซลล์ได้อีกด้วยและก็มีการทดลองในประเทศอิตาลีค่ะกับกลุ่มผู้ป่วยที่ข้อเข่าเสื่อมจำนวนห้าสิบคน พบว่ากลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับสารสกัดขมิ้นสามารถบรรเทาอาการของข้อเข่าเสื่อมและสามารถเดินได้ไกลมากขึ้นเป็นสองเท่า สามารถที่จะลดการใช้ยาลดอาการบวมของข้อเข่าได้มากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับสารสกัดขมิ้นชันอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติค่ะ และที่สำคัญนะคะกลไกในการรักษาของขมิ้นชานเนี่ยก็เกิดจากการที่สารสำคัญอย่างเคอร์คูมินซอยเนี่ยเข้าไปช่วยลดอาการอักเสบในระดับเซลล์ได้นั่นเองค่ะ

4.ลดระดับน้ำตาลภายในเลือด, ลดไขมันในเลือด, เบาหวาน
และกลุ่มอาการต่อมานะคะที่ขมิ้นชันเนี่ยสามารถที่จะช่วยได้ก็คือช่วยลดระดับน้ำตาลภายในเลือดของเราค่ะ สำหรับงานวิจัยนี้นะค่ะเป็นของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒค่ะเค้าได้ระบุไว้ว่าขมิ้นช้าเนี่ยสามารถที่จะช่วยลดเบาหวานในผู้ป่วยได้ถึง 240 คนเลยทีเดียว แต่ในงานวิจัยนี้เนี่ยยังไม่มีการระบุชัดเจนนะคะว่ามีกลไกจากขมิ้นที่เข้ามาช่วยนะคะเราเลยได้ทำการหาข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของงานวิจัยของทางต่างประเทศเพื่อช่วยให้เราเข้าใจมากขึ้น ในวารสารต่างประเทศนะคะเขาได้เขียนอธิบายงานทดลองนี้ว่าขมิ้นชันเนี่ยสามารถที่จะช่วยลดเบาหวานผ่านกระบวนการในการที่จะเข้าไปช่วยลดไขมันในเลือด ซึ่งเจ้าตัวกรดไขมันที่อยู่ในเลือดนี่แหละค่ะเป็นตัวการสำคัญเลยที่จะเข้าไปอุดตันในเซลล์ตับแล้วก็เซลล์กล้ามเนื้อของเราทำให้อินซูลินในร่างกายผลิตได้เนี่ยไม่สามารถที่จะทำงานได้ตามธรรมชาติจนทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลินในที่สุด ก่อเกิดภาวะดื้ออินซูลินน้ำตาลในเลือดของเราก็จะสูงมากขึ้นเราก็จะเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานดังนั้นเมื่อเราทานขมิ้นชันเข้าไปแล้วนะคะนอกจากจะช่วยลดไขมันในเลือดได้แล้วก็ยังสามารถที่จะช่วยลดภาวะดื้ออินซูลินแล้วก็ทำให้กลูโคลส เข้าไปเลี้ยงเซลล์ก็ทำให้เซลล์เนี่ยทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้นจึงช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้นั่นเองค่ะ

5.ลดความเป็นพิษในตับ
สำหรับกลุ่มอาการต่อมานะคะสำหรับขมิ้นชันเนี่ยก็สามารถที่จะช่วยลดความเป็นพิษต่อตับให้กับเราได้อีกด้วยสำหรับกลไกที่สามารถที่จะเข้าไปช่วยลดความเป็นพิษต่อตับให้กับเราได้นั่นก็คือการต้านอนุมูลอิสระและการกระตุ้นเอนไซม์แคสต้าเลสในร่างกายของเรา จึงสามารถที่จะเข้าไปช่วยล้างสารพิษออกจากร่างกายโดยจากงานวิจัยพบว่าหลังจากที่เราทานขมิ้นชันไปนะคะเอนไซม์แคสเตอเรสในร่างกายของเราทำงานได้ดีขึ้นถึง 75% จึงสามารถที่จะทำให้ค่าตับของเราลดลงได้ค่ะ

6.โรคมะเร็ง
และกลุ่มอาการต่อมาที่เจ้าขมิ้นชันสามารถช่วยได้นะคะ โรคนี่สำคัญมากเลยและคนไทยเป็นกันเยอะมากเลยนั้นก็คือโรคมะเร็งค่ะสำหรับโรคมะเร็งเมื่อปี 2016 นะคะมีการรวบรวมงานวิจัยเกี่ยวกับขมิ้นชันมากกว่าหนึ่งร้อยงานเลยนะคะ

ที่มหาวิทยาลัยเวย์นสเตทมิชิแกนเขาบอกว่าขมิ้นชันเนี่ยสามารถที่จะเข้าไปยับยั้งแล้วก้อขัดขวางการทำงานของเซลล์มะเร็งตั้งแต่การแบ่งตัวการเติบโตไปจนถึงการดื้อยาของเจ้าเชื้อมะเร็งเลยทีเดียว แต่ก็ต้องอาศัยการรับประทานอย่างต่อเนื่องและต่อการรับประทานต่อมื้อนี้ก็ต้องมีโดสในการรับประทานที่สูงกว่ากลุ่มอาการอื่นๆ ด้วยนะคะ

ข้อควรระวัง
และสำหรับข้อควรระวังในการที่จะใช้ขมิ้นชันนะคะก็จะมีหลักอยู่สองโรคค่ะ


1.ผู้ป่วยเป็นนิ่วในถุงน้ำดีไม่ควรรับประทาน
สำหรับโรคแรกนะคะนั่นก็คือคนที่มีโรคประจำตัวเป็นนิ่วในถุงน้ำดีเพราะว่าขมิ้นชันเนี่ยจะสามารถที่จะเข้าไปช่วยขับนิ่วที่มีอยู่ในร่างกาย ฉะนั้นคนที่เป็นนิ่วอยู่แล้วเนี่ยถ้ารับประทานเข้าไปขมิ้นชันก็จะเข้าไปขับเจ้าก้อนนิ่วที่มีอยู่ในร่างกายของเราซึ่งจังหวะที่ขับก้อนนิ่วออกมาเนี่ยก็จะทำให้มีอาการปวดมาก ดังนั้นจึงไม่เหมาะนะคะถ้าคนที่เป็นนิ่วเนี่ยทานขมิ้นชันแต่จะดีมากเลยสำหรับคนที่ยังไม่เป็นนิ่วและรับประทานขมิ้นไปขมิ้นก็จะเข้าไปช่วยในการป้องกันการเกิดนิ่วให้กับร่างกายของเราได้ค่ะ

2.ผู้ป่วยเป็นนิ่วในถุงไตไม่ควรรับประทาน
และโรคที่สองนะคะนั่นก็คือโรคนิ่วในไต สำหรับในขมิ้นชันเองนอกจากจะมีสารสำคัญอย่างเคอร์คูมินอยด์แล้วเนี่ยยังจะมีสารออกฤทธิ์สูงมากๆฉะนั้นคนที่เป็นนิ่วในไตไม่เหมาะมากเลยที่จะได้รับสารออกซิเรสเข้าไปเพิ่มในร่างกายนะคะ

ฉะนั้นก็จะมีอยู่สองโรค ที่ไม่ควรที่จะรับประทานขมิ้นชันนะคะและในการรับประทานขมิ้นชันให้เห็นผลเนี่ยก็จะแนะนำให้รับประทานอยู่ที่วันละสองแคปซูลเป็นมื้อเช้าและมื้อเย็นนะคะจะเป็นหลังอาหารทันทีหรือหลังอาหารสิบห้านาทีก็ได้นะคะ

ขมิ้นผงดูดซึมได้น้อยกว่าขมิ้นสกัดในน้ำมัน
สำหรับในการรับประทานส่วนใหญ่แล้วเนี่ยเราจะเจอผลิตภัณฑ์ขมิ้นชันในรูปแบบของขมิ้นผงค่ะแต่สำหรับผลิตภัณฑ์ขมิ้นผงเองก็ได้มีงานวิจัยจากภาควิชาเภสัชวิทยาของวิทยาลัยเซนต์จอห์นบัปที่ประเทศอินเดีย เขาได้ทำการศึกษากับกลุ่มอาสาสมัคร เขาให้กลุ่มอาสาสมัครเนี่ยรับประทานขมิ้นชันผมเข้าไปพอผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้วก็ทำการตรวจหาสารเคอร์คูมินอยด์ในเลือดพบว่าสารเคอร์คูมินอยด์เนี่ยน้อยมาก เลยก็แสดงว่ามีการดูดซึมได้น้อย

ขมิ้นผงดูดซึมได้ดีขึ้นเมื่อรับประทานคู่กับพริกไทย
แต่เมื่อทำการให้อาสาสมัครนะคะรับประทานขมิ้นชันผงควบคู่กับพริกไทยปรากฏว่าสารเคอร์คูมินอยด์ในขมิ้นเนี่ยถูกดูดซึมได้ดีเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าเลยทีเดียวนะคะฉะนั้นการรับประทานขมิ้นให้เห็นผลนะคะก็แนะนำให้ลองหาพริกไทยนะคะมารับประทานควบคู่กันดู

การรับประทานพริกไทยมากอาจมีผลกับคนเป็นโรคกระเพาะ
แต่ถ้าใครอยากจะทานขมิ้นเพื่อที่จะเข้าไปดูแลและบรรเทาอาการในกลุ่มของอาการอาการแผลในกระเพาะหรือโรคกระเพาะอาหารเองเนี่ยท่าทางพริกไทยเข้าไปด้วยก็จะยิ่งทำให้มีอาการรุนแรงเพิ่มมากขึ้นฉะนั้นลองเปลี่ยนจากกลุ่มขมิ้นผงเป็นกลุ่มขมิ้นสกัดนะคะ ที่อยู่ในรูปแบบออยล์จะดีมากกว่านะคะจะช่วยบรรเทาอาการได้ดีมากกว่าเราก็ไม่ทำให้อาการรุนแรงเพิ่มมากขึ้นด้วยค่ะ

ขอบคุณที่ติดตาม
คิดว่าทุกคนน่าจะได้สาระน่ารู้ดีไปกันเยอะเลยสำหรับใครนะคะอยากจะให้เรามาแนะนำหรือนำความรู้ดีๆเรื่องไหนมาบอกกล่าวกันก็สามารถที่จะคอมเม้นใต้วีดีโอนี้ไว้ได้เลยนะคะ หรือสามารถปรึกษาสอบถามเพิ่มเติมด้วยเหมือนกันสำหรับวันนี้ขอบคุณมากเลยนะค่ะสวัสดีค่ะ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้